ข่าวประจำวัน » ข่าวบันเทิง » อาร์ตี้ เคลียร์ใจ ซุ่มหมั้นหวานใจสายฟ้าแลบ ลือแรงทำฝ่ายหญิงท้อง

อาร์ตี้ เคลียร์ใจ ซุ่มหมั้นหวานใจสายฟ้าแลบ ลือแรงทำฝ่ายหญิงท้อง

9 January 2018
7   0

ทำเอาแฟนคลับหลายคนต่างเซอร์ไพรส์ไปตามๆ กัน เมื่อจู่ๆ ก็มีภาพคล้ายงานแต่งของนักแสดงหนุ่ม “อาร์ตี้ ธนฉัตร” กับแฟนสาวนอกวงการ “น้องส้มปี๊ด” ที่ถูกจัดขึ้นแบบอย่างเงียบๆ ณ บ้านเกิดจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 ซึ่งงานนี้ก็ทำให้เกิดข่าวลือขึ้นหนาหูว่า หรือเพราะฝ่ายหญิงกำลังตั้งท้องอ่อนๆ จึงต้องรีบจัดพิธีแต่งงานสายฟ้าแลบแบบนี้

ล่าสุด อาร์ตี้ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงเรื่องราวดังกล่าว โดยเจ้าตัวได้เผยให้ฟังว่า ภาพที่เห็นเป็นเพียงงานหมั้นที่อยากจัดเงียบๆ ภายในครอบครัวเท่านั้น ไม่แปลกใจที่หลายคนไม่รู้ล่วงหน้าเพราะไม่ได้บอกใครเยอะ ส่วนกำหนดงานแต่งจะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ช่วงเดือนมีนาคมนี้ พร้อมยืนยันฝ่ายหญิงยังไม่ได้ตั้งท้องแน่นอน

งานที่เกิดขึ้นเป็นงานแต่งหรืองานหมั้น ?
“เป็นไพรเวทปาร์ตี้ครับ ช่วงเย็นๆ เป็นงานหมั้นก่อนแล้วก็เป็นปาร์ตี้ช่วงหัวค่ำครับ”

หลายคนตกใจแต่งงานสายฟ้าแลบ ?
“ใช่ครับ ไม่แปลกครับ คนรอบข้างแม้กระทั่งเพื่อนสนิทในกลุ่มที่เรียนด้วยกันมาก็ตกใจเพราะไม่รู้ คนที่รู้คือมีพ่อแม่ผมและพ่อแม่ผู้หญิง เราก็รอให้ทุกอย่างมั่นใจก่อนแล้วค่อยไปบอกเพื่อนๆ”

ตัดสินใจกะทันหันหรือเปล่า ?
“มันก็ไม่กะทันหันครับ ก็เป็นไปตามวิถี บางคนอาจจะมองว่าเร็วไปด้วยอายุเท่านี้ แต่ผมมองว่าวัยขนาดผม เพื่อนผม คนรอบข้างผม แต่งงานไปแล้วก็เยอะ มีลูกก็เยอะ ยังไม่มีลูกก็เยอะ ผมเป็นคนที่มองไม่เห็นชีวิตตัวเองในอนาคต แต่พอมีผู้หญิงคนนี้เข้ามาเหมือนเราได้เห็นอนาคตตัวเองมากขึ้น เป็นการตัดสินใจที่ผมว่าโอเคมากครับ”

ระยะเวลาคบกันนานไหม ?
“ผมว่าไม่เกี่ยวระยะเวลาว่าจะนานหรือไม่นาน นานแล้วเลิกกันก็มี แต่ผมมองว่าพอเราเจอคนที่มันใช่ ทุกอย่างมันก็โอเค”

คำว่าใช่สำหรับเราเป็นยังไง ?
“มันบอกไม่ได้ว่ามันคืออะไร อย่างเราใช้ชีวิตโสดคนเดียวจะทำอะไรก็ได้ แต่พอเขาเข้ามา เขามาเติมเต็มเรา เข้ามาทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ทำให้เรามองเห็นอนาคตเลย เพราะตอนผมอยู่คนเดียวผมมองไม่เห็นอนาคตตัวเองว่าจะไปในทิศทางไหน แต่พอมีเขาเข้ามาเราเห็นอนาคตตัวเอง วางแผนได้ว่าอีก 3-4 ปีทำงานเก็บเงินแล้วหลังจากนั้นค่อยมีลูกก็ว่ากันไป”

แต่งฟ้าแลบคนก็จะคิดว่าท้อง ?
“ใช่ๆ คนจะคิดว่าท้อง เพื่อนรอบข้างยังคิดเลยว่าท้องเหรอ ก็ไม่ได้ท้องไม่รู้จะว่ายังไง”

งานหมั้นได้พูดคุยปรึกษาผู้ใหญ่ว่ายังไง ?
“ผู้ใหญ่เขาคุยกันแล้วเรียบร้อยครับ ผู้ใหญ่เขารับรู้อยู่แล้ว คร่าวๆ ก็คือว่าบ้านผมอยู่ต่างจังหวัด พอผู้ใหญ่รับรู้ พ่อผมก็ต้องการให้ฝ่ายผู้หญิงไปใช้ชีวิตอยู่ขอนแก่นก็ลองชวนไปหลายวันเกือบอาทิตย์ ฝ่ายหญิงก็บอกว่าถ้าไปนานขนาดนั้นก็มาขอเลย พ่อผมดีใจมากกว่าผมอีกว่าลูกตัวเองจะมีเมียแล้ว พอรู้ปุ๊บก็รีบไปขอเลย”

เจอเจ้าสาวได้ยังไง ?
“เจอกันที่สระบุรีครับ เขาเป็นคนสระบุรี คือผมไปถ่ายหนังที่สระบุรี ทางกองถ่ายใช้โลเคชั่นร้านอาหารเขา เขามีร้านอาหารอยู่ที่สระบุรี”

เรียกว่ารักแรกพบไหม ?
“ไม่นะ เจอแล้วผมเฉยๆ มีโอกาสได้คุยแล้วก็ไม่ได้คุย ใช้เวลาเกือบๆ ปี เป็นอย่างนี้ประมาณ 2-3 รอบ จนครั้งสุดท้ายก็คุยมาจนใช่และยาวมาจนถึงทุกวันนี้ ผมเองก็ยังงงๆ กับตัวเอง นี่เรากำลังจะมีภรรยาแล้วเหรอ”

เราเป็นคนจีบเขาก่อน ?
“ใช่ครับ เราจีบก่อนแล้วเขาก็ถอยห่างไป รอบแรกโอเคไม่เป็นไร แต่รอบ 2 ผมก็เข้าไปอีก รอบ 3 ก็ไปคุยให้ชัดเจนเลยว่าจะเอายังไง พอคุยแล้วก็คลิกกัน เหมือนเขาเข้าใจในสิ่งที่เราเป็น”

ตอนไปขอหมั้นเขาตกใจขนาดไหน ?
“เป็นผู้ใหญ่คุยกัน คือพอรู้ว่าจะแต่ง เรื่องหมั้นก็เบาลง ตอนหมั้นเราแค่อยากจะปาร์ตี้ให้เพื่อนๆ ทั้งสองฝ่ายมีความสุข”

กำหนดแต่งเมื่อไหร่ ?
“ประมาณเดือน มี.ค. นี้ครับ จัดที่กรุงเทพแต่ยังไม่ได้ระบุวัน เตรียมการกันไปเรื่อยๆ ตอนนี้คืบหน้า 50:50 ก็ไม่รู้เหมือนกัน เป็นครั้งแรกของผมยังงงๆ อยู่ เพิ่งจะรู้เหมือนกันว่าบางอย่างทำแบบนี้เหรอ”

เป็นงานไพรเวทอีกไหม ?
“คงจะอย่างนั้น เพราะแฟนผมอยู่นอกวงการ ไม่รู้ว่าถ้าคนไปกันเยอะแล้วเขาจะยังไง อยากจะให้เกียรติเขา”

บอกได้ไหมว่าน้องเขาชื่ออะไร ?
“ชื่อส้ม เป็นเจ้าของร้านอาหาร”

ตอนตัดสินใจแต่งงานกลัวว่ามันจะมีผลกระทบกับงานเราไหม ?
“ไม่ได้คิดถึงตรงนั้นเลย กลับกลายเป็นว่าเรามองเห็นอนาคตตัวเอง บ้านเราอยู่ต่างจังหวัด อนาคตจะต้องกลับไปใช้ชีวิตที่นั่น”

เตรียมเบรกงานในวงการเลยหรือเปล่า ?
“คงไม่เชิง แต่ธุรกิจที่บ้านก็ต้องใช้เวลาศึกษาหลายเดือนเหมือนกัน ถ้าผ่านจุดนั้นไปได้ก็ไม่น่าจะมีปัญหา”

คิดไหมว่านี่อาจจะเป็นเรื่องสุดท้ายที่เรารับเล่นเต็มๆ ?
“คงไม่ต้องคิด เพราะผมเบี้ยวพ่อมาหลายรอบแล้ว เขาอยากให้กลับบ้านมาปีกว่าแล้ว เขาอายุ 60 ปี เหนื่อยแล้ว แต่เราก็ยังรับงาน ตั้งใจว่าจบเรื่องนี้จะลองไปคุย จะไปทำ ไปศึกษางานให้เรียบร้อยภายในระยะเวลา 2 เดือน ถ้าผ่านตรงนั้นไปได้แล้วงานยังติดต่อมาอยู่ คุยกันแล้วแฮปปี้ทั้งสองฝ่ายก็ยินดีให้กลับมาทำ ไปๆ มาๆ แต่อาจจะไม่ได้รับหนักขนาดเมื่อก่อน”

ตั้งหลักปักฐานสร้างครอบครัวที่โน่น ?
“ใช่ครับ เราเกิดที่โน่น บ้านเราอยู่โน่น ยังไงก็ต้องอยู่ที่โน่น”

แต่งแล้วอยากมีลูกเลยไหม ?
คุยกันไว้ว่าสัก 3-4 ปี เราขอใช้ชีวิตคู่ ทำงานเก็บเงิน มีเวลาก็ไปเที่ยว พร้อมเมื่อไหร่ก็ค่อยว่ากัน”

สินสอดทองหมั้นเปิดเผยได้ไหม ?
“ผมเองก็ไม่ทราบ เพราะพ่อกับแม่เป็นคนจัดการ ให้ท่านตัดสินใจกันเอง”